สูตรรูเล็ต ได้มากกว่าเสีย กับ Star Vegas

สูตรรูเล็ต ได้มากกว่าเสีย กับ Star Vegas

สูตรรูเล็ต ได้มากกว่าเสีย กับ Star Vegas เมื่อเราทุกคน เล่นพนัน แน่นอนทุกคนก็อยากจะได้ กำไร และเงินกลับไป และสิ่งที่ทุกคนต้องการคือ เคล็ดลับในการเล่นให้ได้เยอะที่สุดไม่ว่าจะจากค้นหาใน google หรือตั้งกระทู้ถามใน พันทิพ กันอย่างกว้างขวางแต่ ไม่ได้รับข้อมูลที่มากพอ ยิ่งพอเป็น รูเล็ต เป็นเกมที่ดูเล่นง่าย ไม่ต้องคิดเยอะแต่โอกาสที่จะชนะ และ ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ นั้นมันยากเหลือเกิน ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่า สิ่งที่เราทราบกันดีคือวิธีเล่นแบบ ทั่วๆไป แต่เราไม่ได้รู้สูตรในการเอาชนะ Starvegas สตาร์เวกัส
นั่นเป็นเพราะว่าเรารู้แค่วิธีเล่น แต่เราไม่รู้วิธีชนะหรือ สูตรรูเล็ต นั่นเองครับ บทความนี้จะพาเพื่อนๆทุกคน มาทำความรู้จักกับสูตรลัดดี ๆ ที่จะเพิ่มโอกาสให้ทุกคนนั้นได้เลือกใช้และเอาชนะ คาสิโนออนไลน์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับได้ว่ามันสามารถช่วยให้เราเล่นได้กำไร มากกว่าเสีย และ ขาดทุนจริง ๆ แต่ว่าจะมาในรูปแบบไหน และ ใช้อย่างไรในบทความนี้ทีมงาน จะพาเพื่อนๆไปดูพร้อมกันเลยครับ


สำคัญมากกว่า สูตร คือ เสี่ยง
ความเสี่ยง เป็น ของคู่กันกับการพนัน ซึ่งนักพนันไม่ว่าหน้าใหม่หรือมืออาชีพนั้น ก็มีบางครั้งที่มองข้ามไป โดยมุ่งเน้นไปที่ สูตรรูเล็ท หรือการเอาชนะมากจนเกินไป โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยง ทำตามสูตรโดยไม่คิด หรือคำนวณความเสี่ยงที่ตัวเองรับไหว ผลที่ได้ก็คือ ขาดทุน ถังแตก และโทษกันว่าสูตรที่ได้มานั้นไม่ดี เชื่อถือไม่ได้ แต่ในความเป็นจริงนั้น เราสามารถแบ่งความเสี่ยงของ รูเล็ต ได้แบบกว้างๆ เข้าใจง่าย 2 รูปแบบด้วยกันคือแบบที่มีความเสี่ยงสูง กับ แบบที่มีความเสี่ยงต่ำ
โดยสังเกตง่ายๆว่า คาสิโนออนไลน์ ที่เราเล่นนั้นมี อัตราจ่ายเป็นอย่างไร จ่ายรางวัลน้อย นั่นหมายความว่า น่าจะมีโอกาสออกของรางวัลที่ ถี่มาก ส่วนถ้าเจ้าไหนออกไม่บ่อย ก็แสดงว่ามีรางวัลใหญ่ หรืออาจจะมีเงื่อนไขบางอย่างเช่นถ้าเป็นประเภท ความเสี่ยงต่ำก็จะจ่ายรางวัลให้ไม่เกิน 2 เท่าของทุน ขณะที่บางเจ้า ความเสี่ยงสูง แต่ก็แลกมากับการจ่ายอย่างน้อย 5 เท่า ไปจนถึง 35 เท่าก็มี

รูเล็ต ที่มีความเสี่ยงต่ำมักจะมีรูปแบบการแทงดังต่อไปนี้

1.แทงดำ – แดง ผู้เล่นต้องทายว่าลูกบอลจะตกไปอยู่ในช่องสีอะไร ซึ่งหากตกไปอยู่ในช่องสีที่ผู้เล่นแทงไว้ก็ถือว่าชนะ ได้เงินรางวัลกลับมาในอัตราจ่าย 1 : 1
2.คู่ – คี่ ผู้เล่นต้องทายว่าลูกบอลจะตกลงในช่องเลข คู่ หรือเลข คี่ หากตกในช่องที่ผู้เล่นแทงไว้ ก็ชนะกันไป อัตราจ่ายคือ 1 : 1 เหมือนกัน
3.สูง – ต่ำ ผู้เล่นต้องทายว่าหมายเลขรางวัลที่ออกจะอยู่ในกลุ่มเลขสูง 19-36 หรือว่าเลขต่ำ 1-18 แต่ว่าเลข 0 ไม่ใช่เลขสูงและต่ำนะครับ อัตราจ่ายสำหรับการแทงรูปแบบนี้คือ 1 : 1
4.เต็งแถว ผู้เล่นต้องทายว่ารางวัลจะออกแถวใด โดยบนโต๊ะเดิมพันจะแบ่งกลุ่มตัวเลขออกเป็น 3 แถวคือ 1st, 2nd และ 3rd แถวละ 12 หมายเลข ส่วนเลข 0 จะไม่อยู่แถวใด ๆ อัตราจ่ายคือ 1 : 2
5.เต็งโซน การทายจะคล้ายคลึงกับแทงเต็งแถว แต่อันนี้จะแบ่งกลุ่มตัวเลขเป็น 3 โซนเช่นกันคือ 1st, 2nd และ 3rd โซนละ 12 หมายเลข เลข 0 จะไม่อยู่ในโซนใด ๆ อัตราจ่ายคือ 1 : 2

รูเล็ต ที่มีความเสี่ยงสูงมักจะมีรูปแบบการแทงดังต่อไปนี้

1.เต็งเลข ผู้เล่นแทงไปที่เลขใดเลขหนึ่งเท่านั้น แต่ในรอบนั้นจะแทงกี่หมายเลขก็ได้ไม่จำกัด แทงได้ตั้งแต่เลข 0 – 36 อัตราจ่าย 1 : 35
2.ค่อม 2 หมายเลข. ผู้เล่นแทง 2 หมายเลขพร้อมกัน เงื่อนไขคือ 2 หมายเลขนั้นต้องอยู่ติดกันบนโต๊ะเดิมพัน อัตราจ่าย 1 : 17
3.เลือกค่อม 3 หมายเลข ผู้เล่นแทง 3 หมายเลขพร้อมกัน โดยจะต้องเป็น 3 หมายเลขที่อยู่แถวเดียวกัน อัตราจ่าย 1 : 11
4.ค่อม 4 หมายเลข ผู้เล่นแทงพร้อมกัน 4 หมายเลขที่อยู่ตำแหน่งติดกันทั้ง 4 เลข (สี่เหลี่ยมจัตุรัส) อัตราจ่าย 1 : 8
5.แทงค่อม 6 หมายเลข ผู้เล่นแทงพร้อมกัน 6 หมายเลขที่อยู่ติดกันหรือ 2 แถวติดกัน อัตราจ่าย 1 : 5
นักเล่นหลายท่านอาจจะเรียกว่า สูตรรูเล็ต แต่จริๆแล้วเรียกว่า สูตรเดินเงิน นั่นเอง หน้าที่ของมันคือช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้เรามากขึ้น ลดความเสี่ยงที่จะเสียเงิน ขาดทุนน้อยลง และยังรวมไปถึงความสามารถในการดึงเงินที่เสียไปกลับคืนมาพร้อมกำไร ซึ่งโดยทั่วไปที่นิยมกัน ก็จะมีสูตรเดินเงิน 1324, ลาบูเซอร์, อัตราเพิ่มคงที่, Martingale แต่ที่เราจะมาพูดถึงกัน ในวันนี้ก็คือ Super Martingale กับ Winning Martingale ที่เราจะพูดถึงกันครับ

สูตรเดินเงิน Winning Martingale

มาเริ่มกันที่สูตร Winning Martingale กันเลย สูตรนี้ต่อยอดและพัฒนามาจาก สูตรเดินเงิน Martingale ซึง่จุดที่แตกต่างกันก็คืด ผู้เล่นจะวางเดิมพัน เพิ่มเป็นสองเท่า หรือ ทบเดิมพันทุกครั้งที่ชนะนั่นเอง ขณะที่ Martingale จะทบก็ต่อเมื่อเราแพ้ ซึ่งแนวทางและวิธีการใช้สูตรมีดังต่อไปนี้ ให้เราทำการแบ่งเงินทุนทั้งหมดที่มีออกเป็นหน่วย ซึ่งจะตั้งไว้ที่หน่วยละกี่บาทก็ได้
สมมติว่าผู้เล่นมี เงินทุนอยู่ 10,000 บาท ก็สามารถแบ่งเป็นหน่วยละ 100 บาท ก็จะได้ 100 หน่วย จากนั้น พอแบ่งเงินเสร็จก็เดินตามสูตรเลยครับ
– กรณีที่ชนะ ให้เราเพิ่มเงินเดิมพันเป็น 2 เท่าของรอบล่าสุด หากในรอบแรกเราวาง 1 หน่วย ถ้าชนะในรอบสองอีกให้วางเพิ่มขึ้นเป็น 2 หน่วย ถ้าชนะอีกก็วางไปอีก 4 หน่วยในรอบที่ 3 หากชนะติดต่อกันไปเรื่อย ๆ ในรอบที่ 5 วางไป 16 หน่วย และหลังจากนั้นไม่ว่าชนะหรือแพ้ให้กลับมาเริ่มรอบที่ 1 ใหม่
– กรณีที่แพ้ ไม่ว่าจะแพ้รอบไหนก็ตามให้กลับมาเริ่มต้นที่ 1 หน่วยเสมอ รอจังหวะให้ชนะแล้วจึงเริ่มตามสูตรต่ออีกครั้ง
สำหรับสูตรนี้มีสิ่งหนึ่งที่ต้องระวังก็คือเราต้องกำหนด กำไร ที่ต้องการไว้ในแผนการเล่นทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นหากแพ้และเสียในรอบท้ายๆ เราจะเสียกำไรที่ได้มาตอนแรกซะหมดครับ